NEWS

CONSTRUCTION NEWS > รถไฟขานรับไจก้าเร่งสมาร์ทซิตี้บางซื่อ ฟื้นประมูลโซน A 32 ไร่กวักมือเรียกนักลงทุนต่างชาติ
รถไฟขานรับไจก้าเร่งสมาร์ทซิตี้บางซื่อ ฟื้นประมูลโซน A 32 ไร่กวักมือเรียกนักลงทุนต่างชาติ
28 November 2019 time 15:27

ใหญ่สุดในอาเซียน - สถานีกลางบางซื่อพื้นที่ใช้สอยกว่า 2.6 แสนตารางเมตรจะสร้างเสร็จเปิดใช้ต้นปี 2564 นอกจากจะเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนแล้ว ยังเป็นย่านสมาร์ทซิตี้ที่ใหญ่ที่สุดเช่นกันด้วยพื้นที่ 2,325 ไร่


ร.ฟ.ท.เข็นประมูลรอบสอง โปรเจ็กต์มิกซ์ยูสแปลง A 32 ไร่ใกล้สถานีกลางบางซื่อ มูลค่า 1.1 หมื่นล้าน รื้อทีโออาร์ใหม่ ลดทุนจดทะเบียน เปิดทางต่างชาติเข้าร่วม ไม่บังคับลงทุนสมาร์ทซิตี้ หวังจูงใจเอกชน ด้านไจก้าเร่งไทยลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานย่านพหลโยธิน สร้างเมืองอัจฉริยะ 2,325 ไร่ มูลค่า 3.5 แสนล้าน


นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากไม่มีเอกชนสนใจยื่นซองประมูลพัฒนาเชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อแปลง A เนื้อที่ 32 ไร่ ที่ ร.ฟ.ท.จะให้ลงทุนรูปแบบ PPP net cost 30 ปี พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส มูลค่า 11,721 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาว่าโครงการจะเดินหน้าเปิดประมูลใหม่ภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2556 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2562


“ถ้าใช้แนวทาง พ.ร.บ.ร่วมทุนใหม่ การรถไฟฯสามารถเดินหน้าได้เลย โดยเสนอให้คณะกรรมการหรือบอร์ดพิจารณาเท่านั้น แต่ถ้าใช้แนว พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2556 จะต้องกลับไปที่บอร์ด PPP ใหม่ และมีขั้นตอนซึ่งใช้เวลานาน รวมถึงต้องผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีด้วยเพราะเป็นโครงการเกิน 1,000 ล้านบาท”


นายวรวุฒิกล่าวอีกว่า การที่ไม่มีเอกชนสนใจยื่นประมูล อาจจะเป็นเพราะที่ดินอยู่ในทำเลที่แวดล้อมด้วยสถานที่ราชการ ไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งชุมชนมากนัก และอาจจะยังไม่มั่นใจเรื่องปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการในสถานีกลางบางซื่อด้วย ทางคณะกรรมการคัดเลือกอาจจะต้องปรับหลักเกณฑ์ใหม่ให้เป็นการจูงใจมากขึ้น


แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังได้แนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนแล้ว คาดว่าจะเปิดประมูลใหม่ภายในต้นปี 2563 โดยการประมูลรอบใหม่นี้จะปรับเงื่อนไขในทีโออาร์ให้ยืดหยุ่นและจูงใจเอกชนมากขึ้น เช่น ลดทุนจดทะเบียน เปิดให้ต่างชาติเข้ามาร่วมได้มากขึ้น ไม่บังคับให้ลงทุนเรื่องสมาร์ทซิตี้ หลังเอกชนมองว่าจะทำให้ต้นทุนโครงการเพิ่ม ส่วนระยะเวลาสัมปทานจะเท่าเดิม คือ 30 ปี ก่อสร้าง 4 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีก


สำหรับที่ดินแปลง A อยู่ห่างสถานีกลางบางซื่อประมาณ 50-100 เมตร ซึ่งคณะกรรมการ PPP เห็นชอบในหลักการของโครงการให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ภายใต้รูปแบบ BOT คือ สร้าง บริหาร และโอนกรรมสิทธิ์ให้ ร.ฟ.ท.เมื่อครบกำหนดสัญญา


ตามผลศึกษาจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจครบวงจร มีสำนักงานและธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม สำนักงานให้เช่า และดีพาร์ตเมนต์สโตร์คาดว่าจะได้ผลตอบแทน 2,000 ล้านบาท โดยเอกชนที่ชนะประมูลจะต้องจ่ายเงินก้อนแรกให้กับ ร.ฟ.ท.162 ล้านบาท จากนั้นจ่ายเป็นรายปี และมีปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นทุกปี


นายวรวุฒิกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการสมาร์ทซิตี้ย่านบางซื่อ พื้นที่ 2,325 ไร่ ล่าสุดทางองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ผู้ศึกษาโครงการได้รีวิวแผนการพัฒนาใหม่ โดยเสนอแนะให้เร่งลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานอุปโภคและบริโภค เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา การสื่อสาร ทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีกลางบางซื่อ-บีทีเอสหมอชิต ให้แล้วเสร็จใน 3 ปี เพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการลงทุนจะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมาก อาจจะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการมากและไม่ง่ายจะให้แต่ละหน่วยมาลงทุน


“ผลการศึกษากำหนดเป้าหมายจะพัฒนาพื้นที่สถานีบางซื่อให้เป็นศูนย์กลางสถานีที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค มีเมืองใหม่บริเวณพื้นที่สถานีขนส่งมวลชนและอาคารโดยรอบ นำนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามามีบทบาท อาทิ การบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ การเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างอาคารโดยสาร การใช้เทคโนโลยีขนส่งภายในโครงการ เป็นต้น”


รูปแบบที่ไจก้าศึกษาจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP 30-50 ปี หรือรายบุคคลแบบเฉพาะเจาะจง ใน 15 ปีแรกใช้เงินลงทุน 358,700 ล้านบาท แบ่งพัฒนา 3 เฟส เฟสละ 5 ปี พัฒนา 9 โซน จากเดิม 4 โซน ระยะสั้นลงทุน 40,100 ล้านบาท ระยะกลาง 167,100 ล้านบาท และระยะยาว 151,500 ล้านบาท


แต่ละเฟสมีการลงทุน 5 ส่วน 1.เชิงพาณิชย์ เช่น ออฟฟิศ ร้านค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม ศูนย์ประชุม 2.สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ระบบสมาร์ทซิตี้ 3.โครงข่ายคมนาคม เช่น บีอาร์ที 4.โครงข่ายการพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น สวนสาธารณะ ระบบกักเก็บน้ำ และ 5.โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ท่อระบายน้ำ


“5 ปีแรกเริ่มโซน A 32 ไร่ ติดสถานีกลางบางซื่อ รถไฟกำลังปรับทีโออาร์เปิดประมูลใหม่ จากนั้นเป็นโซน D บางส่วนจะพัฒนาเป็นทางเดินลอยฟ้าเชื่อมระหว่างบางซื่อกับหมอชิตเก่า และโซน D ย่านตึกแดง 119 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ มีศูนย์การค้า โรงแรม สำนักงาน รองรับสายสีแดงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต เปิดต้นปี 2564”


อีก 5 ปีถัดมาจะพัฒนาโซน B (จตุจักร) โซน G ย่าน กม.11 และโซน C ตรง บขส.เป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม ขณะที่ 5 ปีสุดท้ายจะพัฒนาโซนที่เหลือ เช่น โซน D อยู่ติดโรงซ่อม


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ


 

Admin TCA
Follow Us
Copyright By Wolves Corporation, All Right Reserved